Tuesday, 27 January 2009
obama ubarikiwe..
โอบามาฟีเวอร์ยังคงกรุ่นกระจายฟุ้งข้ามทวีป..
แรงถึงคุณลุง Bob Boilen ผู้จัดรายการวิทยุระดับตำนานของ All song considered ยังต้องแบ่งโปรแกรมหนึ่งให้เป็นช่วงเพลงของนายบารัก ฮุสเซน โอบามา โดยเฉพาะ..
ชื่อโปรแกรมคือ Song for these times เป็นเพลงที่แต่งมาและสร้างแรงบันดาลใจมาจากประธานาธิบดีคนใหม่คนนี้เพียวเพียว..
เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ถูกเลือกเปิดในช่วงนั้น obama ubarikiwe แปลว่า โอบาม่าจ้ะ ขอพระเจ้าคุ้มครองเธอ..
เพลงสนุกตามสไตล์เรกเก้อยู่แล้ว แดนซ์โยกเยกฮาเฮ เย เย..
(ถึงแม้น้องคนแร็พจะดูแข็งนิด แต่ผมก้อตั้งใจนะ..)
โอบาม่าคงสร้างความหวังไม่เพียงแค่ให้กับนักดนตรีกลุ่มนี้ทำเพลงให้เขาแค่หนึ่งเพลง แต่คงรวมไปเกือบหมดแทบทุกคนที่เห็นเขาบนหน้าจอโทรทัศน์ด้วยซ้ำว่า เจเนอเรชั่นเอ็กซ์หนึ่งเดียวคนนี้จะ Change อะไรด้วยสองตาที่มองปัญหาเดียวกันกับบุคลาสามัญทั่วไป.. (แบบพี่ทาคุยะคิมุระเลย)
หลายเกจิกูรูบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นบนโลกตอนนี้มันสร้างสภาวะที่ไม่ปรกดิขึ้นมาจนเป็นงานยากที่สุดของผู้นำที่จะนำพาชาตินาวาของตนผ่านไปได้.. (วันนี้ผมเห็นข่าวว่ารัฐบาลไอซ์แลนด์เป็นเหยื่อแรกที่ต้องลาถอยเพราะปัญหาเศรษฐกิจนี้แล้ว)
บางเกจิพยากรณ์ว่าทุนนิยมอาจซบเซาแบบนี้ไปอีกสองปี ถึงจะกลับสู่ภาวะปกติอีกคครั้งด้วยข้อมูลคาดเดาหยึ่งรู้ทั้งทางวิชาการและโหราศาสตร์
อืมม..
แล้วสภาวะของทุนนิยมที่สร้างขึ้นจากสมมติด้วยปัญญาสมมติของมนุษย์ใส่คะตะลิสท์ไปกับการเก็งกำไรราคาห่าเหวสมมติจากปริมาณทรัพยากรทั้งหลายแหล่ที่ถูกถอดสมการออกมานี่แม่งเรียกว่าปกติ..?
ดังนั้นอีกสองปีเรากำลังจะมีสภาวะปกติแบบนี้หรือ..
โอบาม่า.. เฮ้ลพ์ มี..
Friday, 23 January 2009
there is no victor here..

จิวยี่แอนด์จูกัดเหลียงกลับมาร่วมพลังกันอีกครั้งบนหน้าจอเมืองไทยเมื่อวาน
จากภาคแรกที่เริ่มต้นแนะนำตัวได้อย่างดีถึงความชาญฉลาดของทั้งสองในสมรภูมิจีนแยกก็วนเมื่อปีก่อน
ตอนนั้นหลายคนอาจยังตะขิดที่นายคาเนชิโร่เจิงอู่ดูเหมือนเพียงหนุ่มหล่อคมแปะหนวดจิมิถือพัดโบกไปมา
แล้วก็ทำท่าดูนอนกลางทุ่งแสนสบายให้เป็นเหมือนมังกรขงเบ้งตามนิยายระบุ
จิวยี่ที่ควรก้าวร้าวโวยวายโผงผางฮึดฮัดฟึดฟัดหยิ่งทะนง ฯลฯ
กลับมานิ่งหล่อดูดบ็วยโชว์รอยชรามุมปากซ้ายพร้อมสายตาที่อบอุ่นเมื่อกอดเมียและทำคลอดม้าแบบโมวหยุ่นจากอินเดอะมู้ดฟอเลิฟ..
ผมคนหนึ่งที่เคยรู้สึกว่าสองตัวละครหลักนี้ดูเพี้ยนไปนิดกว่าที่เคยจินตน
แต่เมื่อวานหลังจากออกจากโรงกลับรู้สึกว่าหากทั้งสองไม่ถูกโยกบุคลิกของตนให้เพิ่มและลดกันอย่างละนิดแล้วหนังคงไม่เป็นไปตามที่บทคุณลุงจอนวูเขียน
และสองคนนั้นจะกลายเป็นเพียงตัวละครทหารสมุหธรรมดาไม่ต่างจากอีกหมื่นในสงครามเลย..
จึงกลายเป็นว่าเป็นอีกเกือบสองชั่วโมงที่ได้ชมดาราที่ใช้การแสดงด้วยความเป็นตัวของเขาสร้างตัวของเขาและผลักตัวของเขาเข้ามาสู่เราได้อย่างน่าชื่นชม
(เพิ่งรู้มาไม่นานว่าเค้าเรียกว่าเป็นการแสดงแบบ Actor's Character)
เรื่องราวของหนังนั้นเป้นเพียงแค่ช่วงหนึ่งของการรบเริ่มต้นของสามก็กนี้เหมือนที่เคยได้ชมซีรีส์ยาวกันหลายเดือนในช่องทีวีเลขคี่ต่างๆของประเทศสารขัณฑ์
ตอนที่ขงเบ้งนั่งกินเหล้าสั่งเรือขนมนุษย์หุ่นฟางไปฉกลูกธนูโจโฉมานี่.. เจเนอเรชั่นเอ็กซ์และวายในเมืองไทยอาจไม่อินเท่าไรเพราะหนังสือภาษาไทยมัธยมนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอ่านเรียบร้อย
ฝรั่งหัวทองอาจงงและเกิดอารมณ์บราโวไลซ์ตามๆกันเล็กน้อย
โอวว.. แม่งพาเรือฟางไปเอาธนู แม่งนั่งในเรือกินเหล้า แถมยังตวัดด้านเรือหมุนสามร้อยหกสิบองศาได้
โอวว.. อินเครดิเบิ้ลแม่งไม่ตายในเรือได้งาย อายไม่เชื่อ
(คือแอบได้ยินฝรั่งนั่งโซฟาข้างหลังสปีกกันนะครับ)
ในขณะที่คนไทยอย่างเรารู้สึกอินกับตัวประกอบคนหนึ่งที่หน้าเหมือนผู้สมัครผุ้ว่ากทม.คนหนึ่งมากกว่า
ผมคิดว่าคุณปลื้มตั้งใจเล่นหนังเรื่องนี้ทีเดียว ดีกว่าเรื่องก่อนที่เขาเล่นเป็นสายลับถือปืนล่าปลาดุกนั่น
คุณปลื้มทิ้งแคแรกเตอร์ตัวเองจากที่ดูเป็นจอมโวยโสปัจเจก มาเป็นคนซื้อบื้อรักพวกพ้องแบบแยกเพศชายหญิงไม่ได้ ชอบให้คนขี่ซู้งสูง เตะฟุตบอลได้เหมือนเส้าหลินซอกเกอร์อีก
น่าชื่นชมครับกับเด็กเก้าขวบที่ไปอยู่สหรัฐแต่เก้าขวบมาหัดพูดภาษาจีนแล้วเล่นได้ขนาดนี้..
ทุกครั้งที่คุณปลื้มออกมาผมเห็นคนไทยคิกคักครางฮือกันเป็นระยะๆ แหม..ภูมิใจอะดิคนไทยไปเล่นหนังอินเทอ
(ผมว่าหากสามก็กออกฉายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. คุณปลื้มอาจจะได้คะแนนจากความสงสารได้ไม่น้อย.. เพราะในเรื่องแกตายตอนจบ อิอิ)
สำหรับผม ฉากที่กระชากและกระทากใจที่สุดคือตอนเลี้ยงบัวลอยครับ..
ผมเคยประทับใจอย่างแรงกับการดูดบ๊วยเรียกหญิงของเหลียงในหลายภาพยนตร์
พยายามเลียนดูดจนปากเป็นแผลก็ยังไม่ทรงเสน่ห์เท่าเฮียเขาเลย
แต่มาครั้งนี้..
เฮียซดบัวลอยได้เท่และเซ็กซี่โคตรโคตรโคตร..
ย้ำอีกทีว่าซด..
ในฉากนั้นเลูกน้องและเจ้านายเหลียงสงสารเหลียงที่เมียหนี(หนีแทบทุกเรื่องที่เฮียเล่น) รวมทั้งต้องการแสดงความชื่นชมในความสัมพันธ์ดั่งพี่ใหญ่ เลยตักบัวลอยยักษ์ให้กันคนละลูก ละลูก..
ผมเห็นหน้าเหลียงตอนแรกที่ดูเครียดนั้นดูเครียดกว่าเดิมแปรผันตามปริมาณบัวลอยที่เพื่อนเอามาให้ ดูแล้วไม่ต่ำกว่าสิบสี่ลูกเต็มๆชาม
เฮียคงคิดว่าห่านเอ้ย ไม่กินก็ไม่ได้เสือกเป็นแม่ทัพ กินช้าก็ไม่ได้เดี๋ยววางแผนช่วยเมียไม่ทัน..
หึหึ.. เฮียยิ้มมุมปาก..
แล้วก้อยกแม่งซดเข้าไปเต็มปากเหมือนแก้มลิง..
กร้วม กร้วม.. หึหึ กร้วม กร้วม..
บัวลอยทั้งชามหายไปในเวลาห้าวินาที..
เป็นฉากที่ประทับใจที่สุดจริงของทั้งทวิภาคภาพยนตร์นี้
ผมไม่ทราบว่าในนิยายระบุไว้หรือเปล่าว่าจิวยี่มีกำลังภายในขั้นสูงที่สามารถสลายบัวลอยได้ในเสี้ยวยาม
แต่อยากจะขอเฮียสักอย่าง..
หนังเรื่องหน้าไม่ต้องดูดบ๊วยแต่ขอเฮียเคี้ยวโชว์แหล่มแบบนี้เลยนะ..
Saturday, 27 September 2008
a night walk along oxford street..
a night walk along oxford street with mogwai's kids will be skeletons..
Friday, 29 February 2008
Friday, 30 November 2007
เหนือ.. เหลือ.. หรือเพียงเหยื่อของแอลกอฮอลล์

ผมนั่งอ่านบลอกนี้สองสามรอบ..
คิดย้อนไปมาว่าเพราะทำไมถึงเค้นคำประหลาดบกพร่องกระจายเหล่านี้มาได้..
..
สุดท้ายก็ไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากมันเป็นเพราะการสัมผัสปลายนิ้วกับแป้นพลาสติกนี่เอง
อืมม... (ผมนั่งพิจารณาด้วยความธรรมดาที่เกิดซึ่งร่วมกับปลายประสาทของผม)
จะด้วยสารเคมีส่งผลต่อรอยบุ๋มในมวลหยุ่นศีรษะหรือเพียงแค่ของเหลวเหลีองจากกระป๋องอลูมีนัมก็แล้วแต่ล้วนไม่ส่งผลอะไรนอกจากคำที่ไม่สามารถสร้างโลกให้ร้อนน้อยหรือน่าอยู่บังควร
มาสุดท้ายก็แค่ใช้ภาษาจากพรรณณา อุปมา หรือบลาบลาโวหารที่ถูกลากมาให้คล้องๆกันไป..
แล้วสุดท้ายก็ไม่มีเพียงอะไรที่ให้จับต้องไปใช้ได้ตามที่หลักการของการศึกษาปริญญาที่อ้างตามการกลั่นกรองหลักวิจัยตามสถิติหรือจะให้ค้นตามนุกรมบรรณา
จะมีสักเล่มไหมที่ผู้เขียนนั่งวาดลวดลายตามอารมณ์ขณะนั้นแล้สมาให้เราพัฒนาตาม
มีใครที่ให้เรานั่งย่อยทีละประโยคคำต่อด้วยตัวตนบุคคลแล้วค่อยตามต่อถึงความอนัตตานั้น
ผมไม่พยายามหรือขุนความสามารถใดที่จะหาคำตอบเหล่านั้น เพียงแค่ปล่อยไปให้เหมือนเครื่องเป่าปากตามแจ๊สที่บรรเลงเรื่อยต่อไป..
หากมีหนึ่งทฤษฎึที่อธิบายทุกอย่างตามนั้นได้ไม่ว่าจะด้วยตัวเลขหรืออักษร
คุณจะเลือกลอยอยู่หมึกดำที่คุณอ่าน
หรือคุณจะเลือกลองตามท่วงทำนองพ้องเสียงคำไป
แต่เราก็อยู่ภายใต้ขอบของมันไม่ว่าจะกางปีกกว้างเท่าขนาดของทวีปใดในเจ็ด..
สุดท้ายเราก็พยายามเพียงได้แค่เหลือให้เรามีลมหายใจอยู่เท่านั้น..
Wednesday, 21 November 2007
run..

หนึ่งอาทิตย์บวกเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา ผมกลายเป็นเหยื่อของการว่างอย่างหนัก..
"ว่าง"ที่ว่านี่ไม่ใช่ความว่างเปล่า ที่เฝ้ามาต่อสู้กับผมเป็นระยะๆ
แต่เป็นว่างที่เกิดจากการไม่สร้างผลอะรไให้กับสภาพรอบข้างและตัวเองเลย
และเหตุอย่างแรกที่ออกมาคือสมองเกิดกลายเป็นวัตถุธรรมดาที่ค้านกับแรงดึงดูดของโลกเท่านั้น
ผมมานั่งคิดว่าเจ้าความว่างแบบนี้ มันต่างกับความขี้เกียจไหม
ถ้าเราขี้เกียจนั่นหมายถึงเรามีเป้าหมายที่ต้องทำ แต่เราปฏิเสธที่จะขยับสองมือให้กระทำ
ถ้าเราขี้เกียจคิด.. เราไม่อยากให้เรื่องอื่นเข้ามาในสมองของเรา หรือในบางสถานการณ์ อาจไว้ใช้บอกปัดผู้อื่นเพื่อไม่ให้เขารู้ว่าเราไม่สามารพหาคำตอบที่เขาต้องการได้
ขี้เกียจอาจใช้ในเวลาที่เราเหนื่อยหรือ เราสนใจที่จะกระทำอย่างอื่นที่สนองความต้องการของเราได้มากกว่า เช่น คุณสามีอาจบอกว่าขี้เกียจขณะรับชมฟุตบอล เมื่อภรรญาสั่งให้เขาพาเธอไปชอปปิ้ง
... ลองเทียบกับความว่างที่ว่า
ว่างที่ผมเป็นคือ เมื่อตื่นขึ้นมาผมเพียงแค่ลืมตา เดินไปดื่มน้ำ แปรงฟัน และกลับมานั่งที่เก้าอื้ตัวเก่า
สักพ้กเมื่อเอนไซม์กับฮอร์โมนในระบบร่างกายทำงาน ผมเดินหาอาหารเพื่อรับประทาน
ถ้าไม่มีอาหาร ผมเพียงใช้นิ้วสัมผัสตัวเลขสิบเอ็ดหลักเพื่อให้ชายชาวอินเดียขับรถนำอาหารของชนชาติยุโรปมาส่งให้มนุษย์ผมดำเอเชียนบดย่อยต่อ..
เวลาผ่านไป ผมนั่งรับชมภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับน้องชายที่พยายามช่วยพี่ชายออกจากสถานเรือนจำ.. (ซึ่งในบางอารมณ์ ผมมานั่งเทียบกันว่าระหว่างความว่างที่ผมเจออยู่ กับการไปอยู่หลังซี่เหล็กเหล่านั้น จะต่างกันมากไหม หากหนึ่งช่วงเวลาเราสามารถทำกิจกรรมที่เราต้องการในพื้นที่ที่ถูกจำกัดเพียงแค่นั้น..)
สุดท้ายพระอาทิตย์ตกดินผมก็ตกเป็นทาสของฮอร์โมนและน้ำย่อยต่อไป..
วนเวียนไปมาอยู่แบบนี้หลายวัน.. ทั้งๆที่ผมก็มีหน้าที่ที่ต้องทำคือการถ่ายทอดผลจากสมองเป็นหมึกพิมพ์ลงกระดาษเพื่อแลกกับโอกาสในอนาคต..
ดูไปความว่างและขี้เกียจก็คงมีส่วนนิยามที่ทับกันอยู่ แล้วแต่ที่เราจะเรียกมัน
แต่ตรงบริเวณที่ทับกันนั้น ผมคิดว่ามันน่าจะทำให้ผมได้มีความรู้สึกสนุกได้มากกว่าหากผมแปลงร่างเป็นพระเอกในภาพยนตร์นั้นบ้าง
มาถึงตอนนี้ผมแหวกหาทางจากกลที่ล้อมกั้นอยู่แล้วโผล่ออกมาอีกครั้ง
แต่พอหันกลับ.. เจ้าคุกนี้ก็ดันมีล้อขับเคลื่อนตามมา
แล้วเสือกตะโกนใส่ผมว่า วิ่งหนึต่อไป..
Subscribe to:
Posts (Atom)