Wednesday, 17 October 2007

ชนะขณะรบ, พ่ายเมื่อจบสงคราม..


ผมเคยได้ยินครั้งหนึ่งว่า..
หากคุณตั้งใจเข้าใกล้ดวงจันทร์..
ไม่ว่าคุณขยับเพิ่มระยะจากพื้นดินแค่ไหน สุดท้ายคุณก็ต้องแหงนหน้าเห็นขนาดของมันเท่าที่คุณเคยเพียงเท่านั้น..

อีกครั้งผมเห็นโฆษณาชิ้นหนึ่ง บรรยายว่าขณะแอดเดรสตงตั้งใจหวดลูกกอล์ฟธรรมดาให้ฝ่าบรรยากาศถึงตาวนพเคราะห์ดวงเดียวกัน..

ทั้งสองที่ถูกสื่อมา คิดอย่างธรรมดาคงมีเป้าหมายให้คนฟังรู้สีกต่างกัน
หนึ่งอยากให้เจียมตนไว้ สองจงฝันไปอย่าสิ้นสุด

หาดแต่ผมพยายามพิจารณาอย่างแยบคาย แล้วได้ผลในสมองมันหดหู่เลวร้ายเกินนั้น..
เหมือนให้วิ่งวนรอบประเทศไทย เหมือนให้ยิงธนูตรงเป้าห่างไปหนึ่งกิโลมาตราเมตริก ความเชื่อและพลังใจที่เชื่อว่าไม่มีวันหมด ต่อให้มันลดคุณด็เชื่อว่ามันจะหามาแทนได้..
แต่กลับมาเชิดหน้ามองอีกครั้ง นี่มันทำได้จริงไหม ผมอาาจะหอบแดกตายอยู่ที่สามส่วนสี่ระยะทาง หรือดอกปักอยู่ที่ส้นโคนเสาเป้าธนูที่ตั้ง..

แต่อดีตที่ผ่านมายังคงมีอีกหลายมนุษย์ที่ทนสภาพหนาวเหน็บ ระห่ำไต่ไปทำให้เข็มนาฬิกาเดินช้าลงบนยอดเขาหิมาลัยได้

ดังนั้น..?
ผมควรหมอบกราบการอุปมาแบบไหน
หรือเพียงปล่อยมันผ่านไปเท่านั้น..

ปล.ชื่อเรื่องจากเพลง winning a battle, losing the war : kings of convenience